A:

กรณีสถานศึกษามีนักเรียนไม่เกิน 300 คน  คณะกรรมการภาคี 4 ฝ่าย ประกอบด้วย

  1. ผู้แทนครู ไม่น้อยกว่า 1 คน
  2. ผู้แทนผู้ปกครอง ไม่น้อยกว่า 1 คน
  3. ผู้แทนชุมชน ไม่น้อยกว่า 1 คน
  4. ผู้แทนนักเรียน ไม่น้อยกว่า 1 คน

 กรณีสถานศึกษามีนักเรียนเกิน 300 คน คณะกรรมการภาคี  4 ฝ่าย ประกอบด้วย

  1. ผู้แทนครู ไม่น้อยกว่า 2 คน
  2. ผู้แทนผู้ปกครอง ไม่น้อยกว่า 2 คน
  3. ผู้แทนชุมชน ไม่น้อยกว่า 2 คน
  4. ผู้แทนนักเรียน ไม่น้อยกว่า 2 คน

          ***สถานศึกษาจัดทำประกาศรายชื่อคณะกรรมการภาคี       4 ฝ่าย เป็นรายปีแจ้งผู้ปกครองทราบทั่วกันพร้อมระบุอำนาจหน้าที่

A:

วิธีการใช้งบประมาณเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน สามารถดำเนินการได้ 2 วิธี ดังนี้

1) สถานศึกษาสามารถดำเนินการจ่ายเป็นเงินสด       ให้แก่นักเรียนโดยตรง โดยให้สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการจ่ายเงินอย่างน้อย 3 คน โดยใช้ใบสำคัญรับเงินเป็นหลักฐาน หรือ

2) สถานศึกษาจัดหาปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นให้แก่นักเรียนยากจนโดยตรง ตามรายชื่อที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้

     2.1) ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน

     2.2) ค่าเสื้อผ้าและวัสดุเครื่องแต่งกายนักเรียน

     2.3) ค่าอาหารหรือคูปองอาหาร

     2.4) ค่าพาหนะในการเดินทางหรือจ้างเหมา       รถรับ-ส่งนักเรียน

     2.5)  ค่าใช้จ่ายที่นักเรียนยากจนต้องการจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน

 นอกเหนือจาก 4 รายการข้างต้น กรณีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และ                กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

  กรณีนักเรียนยากจนที่ได้รับจัดสรรตามรายชื่อ         ในบัญชีจัดสรรนักเรียนยากจน มีการย้ายลาออกและไม่สามารถ              รับเงินรายการปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจนได้ให้สถานศึกษาส่งคืน     เงินอุดหนุนของนักเรียนที่ได้รับจัดสรร ดังนี้

   1) โรงเรียนปกติให้ส่งคืนเงินอุดหนุนรายการ       ดังกล่าวให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัด

    2) เพื่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะดำเนิน      การรวบรวมส่งงบประมาณกลับคืนส่วนกลาง

 3.3) โรงเรียนที่เป็นหน่วยเบิกจ่าย ให้ส่งคืนเงินอุดหนุนรายการดังกล่าวกลับคืนส่วนกลางทั้งนี้ ขอให้ส่งหลักฐานการส่งคืนเงิน          (ระบุประเภทรายการและจำนวนเงินแต่ละรายการที่ส่งคืน)                  พร้อมหนังสือนำส่งแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

A:

ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถใช้ในลักษณะ 3 ประเภทงบรายจ่าย ดังนี้

  1. งบบุคลากร ค่าจ้างชั่วคราว เช่น จ้างครูอัตราจ้างรายเดือน พนักงานขับรถ นักการภารโรง เป็นต้น
  2. งบดำเนินงาน

 2.1 ค่าตอบแทน เช่น ค่าตอบแทนวิทยากร       ค่าตอบแทนวิทยากรวิชาชีพท้องถิ่น เป็นต้น

 2.2 ค่าใช้สอย เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก      ค่าพาหนะ ค่าจ้างซ่อมแซม ค่าจ้างเหมาบริการค่าพาหนะพานักเรียน         ไปทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ เป็นต้น

 2.3 ค่าวัสดุ เช่น ค่าวัสดุการศึกษา ค่าเครื่องเขียน ค่าวัสดุ เวชภัณฑ์ ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาทรัพย์สิน เป็นต้น

2.4 ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

  1. งบลงทุน

 3.1 ค่าครุภัณฑ์ เช่น จัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร

 3.2 ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง รายจ่าย  เพื่อประกอบดัดแปลง ต่อเติม หรือปรับปรุงที่ดินและ/หรือสิ่งก่อสร้าง เช่น ค่าจัดสวนค่าถมดิน ถนน สะพาน บ่อน้ำ ฯลฯ ทั้งนี้ กรณีงบลงทุนและงบดำเนินงาน           สามารถดำเนินการได้เพิ่มเติมตามหนังสือของสำนักงบประมาณ          ด่วนที่สุด ที่ นร 0702/ว 51 ลงวันที่ 20 มกราคม 2548 เรื่อง  หลักการจำแนกประเภทรายจ่าย ตามงบประมาณตามหนังสือสำนัก       งบประมาณที่ นร 0704/ว 33 ลงวันที่ 18 มกราคม 2553 เรื่อง             การปรับปรุงหลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ และ         ด่วนที่สุด ที่ นร 0704/ว 68 ลงวันที่ 29 เมษายน 2558 เรื่อง การปรับปรุงหลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ